กำนันที่สระแก้วพร้อมผู้เสียหายจากขอนแก่น8คน เข้าแจ้งตร.ถูกแก๊งต้มตุ๋นอ้างเป็นจนท.ดีเอสไอ หลอกทำสัญญาเช่า นำรถยนต์และเครื่องกลข้ามไปทำงานฝั่งเขมร แต่ไปแล้วไปลับนานข้ามปียังไม่ได้ค่าเช่าสักบาท ซ้ำไปตามที่พนมเปญ พบรถถูกขายไปแล้ว...

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 59 ที่ สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้มีนายรุ่งเพชร พิมอ่อน อายุ 47 ปี ชาวบ้าน ม.7 ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีตำแหน่งเป็นกำนันตำบลทับพริก อ.อรัญประเทศ พร้อมด้วยนางอัมพร แสนธนู อายุ 39 ปี ชาว จ.ขอนแก่น และพวกอีก 6 คน เข้าแจ้ง พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว เพื่อให้ดำเนินคดีกลับกลุ่มขบวนการฉ้อโกงรถยนต์ เครื่องจักรกล พร้อมทั้งให้ช่วยติดตามรถยนต์และเครื่องจักรกล รวม 14 คัน มูลค่ารวมกว่า 14 ล้านบาท

นายรุ่งเพชร พิมอ่อน ให้การว่าเมื่อประมาณเดือนเมษายน พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมาได้มี นายสตพงษ์ เชื้อมหาวรรณ อายุ 43 ปี ชาวบ้านย่าน ซ.ศูนย์วิจัย 14 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ อ้างตัวว่าเป็น เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ มาติดต่อขอเช่ารถไถ 1 คัน และรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ 1คัน ของตน โดยอ้างว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจมาจาก น.ส.เพชรรัตน์ เชื้อมหาวรรณ อายุ 40 ปี เจ้าของบริษัท รัชทศ จำกัด ซึ่งเป็นภรรยา เพื่อมาติดต่อขอเช่าเครื่องจักรกลไปทำงานในฝั่งกัมพูชา


ทั้งนี้ นายสตพงษ์ ยังอ้างด้วยว่ามีบริษัทรับเหมาก่อสร้างในประเทศกัมพูชา มีเจ้าของชื่อนายเป นวล ที่รับงานรับเหมาก่อสร้างมาจากรัฐบาลกัมพูชา ต้องการเช่าเครื่องจักรกลจากประเทศไทยไปทำงานในฝั่งกัมพูชา โดยจะได้ค่าเช่าอย่างงาม ซึ่งเบื้องต้นได้ตรวจสอบพบว่านายสตพงษ์ เชื้อมหาวรรณ เป็นเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจริง จึงเชื่อถือ และยอมให้เช่ารถไถ 1 คัน รถยนต์บรรทุก10 ล้ออีก 1 คัน ทำสัญญาเช่ากันที่โรงแรมตูเนอร์ซอล บ้านคลองลึก ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนส่งมอบรถไถและรถยนต์บรรทุก10 ล้อ ให้กับนายสตพงษ์ ซึ่งนายสตพงษ์ ตกลงว่าจะเป็นผู้ที่ดำเนินการและเสียค่าใช้จ่ายในการนำรถทั้ง 2 คัน ออกไปฝั่งกัมพูชาเอง ทางด่านพรมแดนจุดผ่อนปรนการค้าบ้านบึงตากวน ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา

"ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 1 ปี ยังไม่ได้รับเงินค่าเช่าเลยสักบาทเดียว ติดต่อไปก็ถูกบ่ายเบี่ยงตลอดเวลา และไม่รู้ว่ารถของตัวเองอยู่ที่ไหน จึงเกรงว่าจะถูกโกง ถูกหลอกลวง พยายามติดต่อเพื่อหาข้อมูลจนกระทั่งทราบว่ามีเหยื่ออีกหลายรายที่โดนขบวนการนี้ต้มตุ๋นหลอกลวงจึงได้ติดต่อกันเองจนกระทั่งนางอัมพร แสนธนู ซึ่งเป็นผู้เสียหายชาว จ.ขอนแก่น ได้นำพรรคพวกผู้เสียหายด้วยกันอีก 6 คน มาพบและพูดคุย จึงทราบว่าท้ายที่สุดมาจากต้นตอเดียวกันคือจากบริษัทรับเหมาของนายเป นวล หรือออกยา เป นวล ชาวกัมพูชา โดยมีนายภาคภูมิ คูสกุล นายวรทัศน์ ทิมกระจ่าง นายสตพงษ์ เชื้อมหาวรรณ นายชูชาติ ราชธา และนายจิรกร จุลลาบุดดี ร่วมกันแยกย้ายหลอกลวงขอเช่าเครื่องจักรกลจากชาวไทยนำออกไปเขมร และผู้เสียหายทั้ง 8 คน ยังไม่มีใครได้เงินค่าเช่าแม้แต่บาทเดียวเช่นกัน จึงร่วมกันเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 59 และมาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.คลองลึก" ผู้เสียหายกล่าว

ทางด้าน พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.คลองลึก กล่าวว่าในเบื้องต้นมีผู้เสียหายเดินทางมารวมทั้งหมด 8 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้เสียหายจาก จ.ขอนแก่น แต่ทางพนักงานสอบสวนสามารถรับแจ้งไว้ได้เพียงคนเดียวคือกำนันตำบลทับพริก เนื่องจากมาทำสัญญาเช่ากันที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ สภ.คลองลึก ส่วนความเสียหายที่ผู้เสียหายเสียไปประกอบด้วยรถยนต์บรรทุก10 ล้อ รถไถ รถแบ็กโฮ รถแทรกเตอร์ รถเทรเลอร์และรถบรรทุกน้ำรวม 14 คัน มูลค่ากว่า 14 ล้านบาท ส่วนที่ผู้เสียหายอ้างว่านายสตพงษ์ เชื้อมหาวรรณ เป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอนั้น จะมีการตรวจสอบว่า เป็นจริงหรือไม่

ขณะที่นางอัมพร แสนธนู หนึ่งในผู้เสียหาย เผยว่า ได้ไปตรวจสอบในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาพบว่ารถยนต์และเครื่องจักรกลที่ถูกเช่าไปจากประเทศไทย ได้ถูกขายไปแล้วที่กรุงพนมเปญ จึงจะไปร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากกระทรวงการต่างประเทศ ในเร็วๆนี้ เพื่อให้ช่วยติดตามทวงคืนรถยนต์และเครื่องจักรกลของพวกตนกลับมาด้วย.

ที่มา
http://www.thairath.co.th/content/622274

Magazine - Other articles

ติดตามเราทาง facebook

หมวดหมู่ประกาศ